กล้องวงจรปิดร้านค้า ดูร้านผ่านมือถือ พร้อมจุดติดกล้องที่เคาน์เตอร์ ทางเข้า และห้องสต็อก

กล้องวงจรปิดร้านค้า ดูร้านผ่านมือถือ ติดจุดไหน เดือนละกี่บาท

ติดกล้องวงจรปิดร้านค้าแล้วดูร้านผ่านมือถือได้จริง เมื่อร้านมีเน็ตไฟเบอร์ที่นิ่งคู่กับกล้อง IP ที่ส่งภาพขึ้น Cloud และควรเริ่มติดที่จุดเก็บเงิน ทางเข้า และห้องสต็อก ตัวเลือกที่สมัครเพิ่มกับเน็ต AIS Fibre3 ได้เลยคือ Cloud IP Camera ราคา 99 บาท/เดือนต่อกล้อง 1 ตัว พร้อม Cloud ดูย้อนหลัง 7 วัน ร้านเล็กที่ใช้เน็ต 500/500 Mbps ราคา 500 บาท คู่กับกล้อง 2 ตัวที่จุดเก็บเงินและทางเข้า จ่ายรวมเดือนละ 698 บาท (ราคาก่อน VAT) หรือราววันละ 23 บาท ส่วนคาเฟ่ มินิมาร์ท และร้านออนไลน์ที่มีสต็อก อยู่ที่ 867–997 บาท

ดูร้านผ่านมือถือ ต้องมีอะไรบ้าง

กล้องในร้านส่งภาพผ่าน Wi-Fi ไปที่เราเตอร์ ออกไปทางเน็ตไฟเบอร์ ไปเก็บไว้บน Cloud แล้วเจ้าของร้านเปิดดูผ่านแอป ถ้าขาดส่วนใดส่วนหนึ่งก็ดูร้านจากข้างนอกไม่ได้ ร้านจึงต้องมี 3 อย่างนี้

  1. เน็ตไฟเบอร์ที่ร้าน ทางที่ภาพจากกล้องทุกตัวส่งออกไป และเป็นเน็ตเส้นเดียวกับที่ใช้รับเงินในร้าน
  2. กล้อง IP ที่ต่อ Wi-Fi ได้ Cloud IP Camera ใช้ Wi-Fi จึงไม่ต้องเดินสายจากกล้องไปหาเครื่องบันทึก
  3. แอป AIS Smart CAM บนมือถือเจ้าของร้าน ใช้ดูภาพสด ดูย้อนหลัง และรับแจ้งเตือนจากกล้อง

ถ้าร้านมีกล้องยี่ห้ออื่นอยู่แล้ว หรืออยากรู้ว่ากล้องแต่ละจำนวนต้องใช้เน็ตเร็วแค่ไหน อ่าน วิธีต่อกล้อง IP Camera เข้ากับ AIS Fibre และความเร็วที่ต้องใช้

ถ้าร้านยังไม่มีเน็ตไฟเบอร์ ควรวางแผนเรื่องกล้องไปพร้อมกับวันติดตั้งเน็ต เพราะตำแหน่งเราเตอร์มีผลกับทุกอุปกรณ์ในร้าน ทั้งกล้อง เครื่องรับชำระเงิน และแท็บเล็ตรับออเดอร์ ก่อนสมัครให้ดูภาพรวมของการติดเน็ตบ้าน AIS ทั้งแพ็กเกจแนะนำ ขั้นตอนสมัคร วิธีเช็กพื้นที่ และค่าใช้จ่ายวันติดตั้งให้ครบก่อน จะได้เตรียมเอกสารและเลือกตำแหน่งเราเตอร์ได้ตั้งแต่วันที่ช่างเข้ามา ไม่ต้องย้ายอุปกรณ์หรือเดินสายเพิ่มทีหลัง

สเปก Cloud IP Camera ที่ร้านควรรู้

สรุปจากหน้า Cloud IP Camera ของ AIS เฉพาะเรื่องที่มีผลกับร้าน ดูรายละเอียดเพิ่มที่หน้า Cloud IP Camera

หัวข้อรายละเอียด
ค่าบริการ99 บาท/เดือน ต่อกล้อง 1 ตัว (ยังไม่รวม VAT)
สัญญา24 เดือน นับแยกกล้องแต่ละตัว ตั้งแต่วันที่ได้รับกล้อง
จำนวนกล้องสูงสุด 5 ตัว ต่อ 1 หมายเลขอินเทอร์เน็ต
ตัวกล้องส่วนลดค่ากล้อง 1,290 บาท/ตัว ใช้ครบสัญญาแล้วกล้องเป็นของผู้ใช้บริการ
ความคมชัด3 ล้านพิกเซล (2304 x 1296)
กลางคืนอินฟราเรด มองเห็นได้ไกลถึง 8 เมตร ทำงานเองเมื่อแสงน้อย
มุมกล้องหมุนแนวนอนได้ 355 องศา แนวตั้ง 110 องศา
แจ้งเตือนตรวจจับความเคลื่อนไหว แล้วแจ้งเตือนเข้าแอป AIS Smart CAM
เสียงลำโพงในตัว คุยสองทางระหว่างกล้องกับมือถือได้
การเชื่อมต่อWi-Fi 2.4 GHz ไม่ต้องเดินสาย
Cloudดูย้อนหลังได้ 7 วัน บันทึกช่วงที่มีความเคลื่อนไหว
ที่มา: หน้า Cloud IP Camera ของ AIS และหน้าสินค้า Cloud IP Camera ราคาและเงื่อนไขเป็นไปตามประกาศของ AIS

คิดเป็นรายวัน กล้อง 1 ตัวตกราววันละ 3.30 บาท ถ้าภาพจากกล้องช่วยให้รู้ว่ายอดเงินที่ขาดหรือของที่หายเกิดจากอะไร แม้มูลค่าเพียงหลักร้อยบาทครั้งเดียว ก็คุ้มค่ากล้องทั้งเดือนแล้ว และเจ้าของร้านยังออกไปทำธุระได้โดยเปิดดูร้านจากมือถือ

ติดกล้องวงจรปิดร้านค้าจุดไหนดี เริ่มจาก 3 จุดนี้

หลักง่าย ๆ ของการติดกล้องในร้าน คือเลือกจุดที่เงิน ของ และคนเคลื่อนที่ผ่าน ให้กล้อง 1 ตัวมีหน้าที่ชัดเจน 1 อย่าง ไม่ต้องพยายามให้ตัวเดียวเห็นทั้งร้าน และก่อนยึดกล้องกับผนัง ให้เปิดแอปดูภาพจริงจากมุมนั้นทั้งตอนกลางวันและหลังปิดไฟ

ผังร้านค้าแสดงจุดติดกล้องวงจรปิด 3 จุด ที่จุดเก็บเงิน ทางเข้าร้าน และห้องสต็อก พร้อมมุมมองของกล้องแต่ละตัว

1. จุดเก็บเงินและเคาน์เตอร์

เป็นจุดที่ควรมีกล้องเป็นตัวแรก ให้เห็นลิ้นชักเงิน ป้าย QR รับเงิน และมือของคนที่รับเงินกับทอนเงิน มุมที่ใช้ได้ดีคือติดสูงด้านข้างหรือด้านหลังจุดคิดเงิน มองลงมาที่เคาน์เตอร์ เวลายอดเงินตอนปิดร้านไม่ตรง หรือลูกค้าบอกว่าโอนแล้วแต่ยอดยังไม่เข้า ก็ย้อนดูเหตุการณ์ได้ทันที แต่อย่าตั้งมุมให้เห็นหน้าจอมือถือของลูกค้าชัดเกินจำเป็น

2. ทางเข้าหน้าร้าน

กล้องตัวที่สองควรหันเข้าหาประตู เพื่อให้เห็นหน้าคนที่เดินเข้าร้าน AIS อธิบายว่ากล้องรุ่นนี้ใช้ติดตามความเคลื่อนไหวภายในบ้าน และไม่ได้ระบุว่ากันน้ำ จึงควรติดไว้ภายในร้าน หันจากด้านในออกไปทางประตู ระยะจากกล้องถึงประตูไม่ควรเกินระยะอินฟราเรดในตารางสเปก ถ้าประตูเป็นกระจก ลองดูภาพในแอปหลังปิดไฟร้านก่อน เพราะแสงที่สะท้อนกระจกอาจทำให้ภาพไม่ชัด

3. ห้องสต็อกหรือหลังร้าน

ห้องเก็บของ ประตูหลัง และจุดรับของจากรถส่งสินค้า เป็นมุมที่เจ้าของร้านมองไม่เห็นระหว่างวัน กล้องตัวนี้ได้ประโยชน์จากการแจ้งเตือนความเคลื่อนไหวมากที่สุด เพราะหลังปิดร้านไม่ควรมีใครเดินผ่าน ถ้ามีแจ้งเตือนตอนกลางคืน ก็เปิดดูภาพสดและพูดผ่านลำโพงของกล้องได้ทันที จุดที่ต้องเช็กคือสัญญาณ Wi-Fi ต้องไปถึงห้องนั้น ถ้าห้องสต็อกอยู่หลังผนังหลายชั้นหรืออยู่ชั้นบน เพิ่ม MESH WiFi ราคา 69 บาท/เดือน (สัญญา 24 เดือน) ช่วยให้กล้องเชื่อมต่อได้นิ่งขึ้น

จุดอื่น เช่น โซนที่นั่งหรือโต๊ะแพ็กของ ค่อยเพิ่มทีหลังได้ ถ้ายังไม่แน่ใจว่าร้านควรใช้กี่ตัว ถ่ายรูปมุมร้านส่งมาปรึกษาผ่านปุ่ม LINE ท้ายบทความได้

ติดป้ายแจ้งว่ามีกล้อง และเลี่ยงมุมที่เป็นพื้นที่ส่วนตัว

กล้องในร้านเห็นทั้งลูกค้าและพนักงาน ข้อตกลงของ Cloud IP Camera จึงระบุให้ผู้ใช้บริการใช้งานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และรับผิดชอบควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือข้อมูลภาพเคลื่อนไหวที่เกิดจากการใช้บริการ

คู่มือ PDPA สำหรับประชาชน ของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) ตอบว่า การติดกล้องวงจรปิดภายในบ้านไม่จำเป็นต้องมีป้ายแจ้งเตือน หากเพื่อป้องกันอาชญากรรมและรักษาความปลอดภัยของเจ้าของบ้าน คำตอบนี้พูดถึงบ้าน ไม่ครอบคลุมร้านค้าที่ลูกค้าเดินเข้าออก ส่วนคำแนะนำเรื่องการติดป้ายแจ้งเตือนของ สคส. ซึ่งยกกรณีคอนโดและหมู่บ้าน ระบุว่านิติบุคคลในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องแจ้งวัตถุประสงค์ก่อนหรือขณะเก็บข้อมูล ทำได้หลายวิธี เช่น ป้ายสัญลักษณ์กล้องวงจรปิดที่เข้าใจง่าย ติดในจุดที่เห็นง่ายอย่างทางเข้า-ออก และไม่จำเป็นต้องติดทุกจุดที่มีกล้อง

สำหรับร้านค้า วิธีที่ทำได้ง่ายคือติดป้ายรูปกล้องวงจรปิดที่ประตูทางเข้า ไม่หันกล้องไปทางห้องน้ำ มุมเปลี่ยนเสื้อผ้า หรือจุดพักของพนักงาน และบอกพนักงานให้รู้ว่าติดกล้องไว้จุดไหนบ้าง

ทำไมร้านค้าควรเก็บภาพบน Cloud ไม่ใช่แค่ในเครื่องบันทึก

ระบบกล้องวงจรปิดร้านค้าแบบเดิมเก็บภาพไว้ในเครื่องบันทึก (DVR หรือ NVR) ที่มีฮาร์ดดิสก์อยู่ในร้าน หลักฐานทั้งหมดจึงอยู่ที่เดียวกับเหตุการณ์ ถ้าคนร้ายถอดเครื่องบันทึกออกไปด้วย หรือเครื่องเสียหายจากไฟไหม้หรือน้ำท่วม ภาพที่ต้องใช้ก็หายไปพร้อมกัน

Cloud IP Camera ส่งภาพไปเก็บบนพื้นที่ Cloud ส่วนตัว ถึงกล้องจะถูกถอดหรือทุบเสียหาย ภาพที่ส่งขึ้นไปก่อนหน้านั้นก็ยังเปิดดูจากมือถือได้ AIS อธิบายจุดเด่นนี้ไว้ว่า “เป็นศูนย์กลางการให้บริการเก็บรักษาข้อมูล ปลอดภัยไม่สูญหาย”

เทียบเครื่องบันทึกในร้าน (DVR/NVR)Cloud IP Camera
ภาพเก็บที่ไหนฮาร์ดดิสก์ในเครื่องบันทึกที่ร้านพื้นที่ Cloud ส่วนตัว
ถ้าเครื่องบันทึกหรือกล้องถูกขโมยภาพในเครื่องหายไปด้วยภาพที่ส่งขึ้น Cloud แล้วยังอยู่
อุปกรณ์ที่ต้องมีกล้อง เครื่องบันทึก ฮาร์ดดิสก์กล้องกับ Wi-Fi
ดูย้อนหลังได้นานแค่ไหนขึ้นกับความจุฮาร์ดดิสก์7 วัน
เทียบหลักการเก็บภาพ 2 แบบ ระบบเครื่องบันทึกแต่ละยี่ห้อมีรายละเอียดต่างกัน

ข้อจำกัดของ Cloud ที่ร้านควรรู้ก่อนใช้

  • ย้อนหลังได้ 7 วัน ถ้าเกิดเหตุ ให้เปิดดูและเก็บหลักฐานไว้ทันที เช่น บันทึกหน้าจอระหว่างเปิดคลิป
  • บันทึกเฉพาะช่วงที่มีความเคลื่อนไหว จึงควรหันกล้องไปยังทางที่คนต้องเดินผ่าน
  • ไฟดับหรือเน็ตหลุด กล้องจะส่งภาพขึ้น Cloud ไม่ได้ จึงควรวางเราเตอร์และปลั๊กไว้ในจุดที่คนนอกเอื้อมไม่ถึง เช่น ชั้นสูงหลังเคาน์เตอร์
  • เลิกใช้บริการเมื่อไหร่ ภาพบน Cloud ถูกลบทันที AIS ระบุว่าข้อมูลทั้งหมดบน Cloud จะถูกลบโดยกู้คืนไม่ได้ คลิปที่ต้องใช้เป็นหลักฐานจึงควรเก็บสำรองไว้เองก่อน

เน็ตร้านค้าต้องนิ่ง เพราะไม่ได้มีแค่กล้องที่ใช้เน็ต

เน็ตเส้นเดียวในร้านต้องรองรับมือถือที่รอแจ้งเตือนเงินเข้าจากการสแกน QR เครื่อง POS ที่ต่อระบบออนไลน์ แท็บเล็ตรับออเดอร์จากแอปเดลิเวอรี Wi-Fi ลูกค้า และกล้องทุกตัว ถ้าเน็ตสะดุดตอนลูกค้าต่อคิว พนักงานก็เช็กยอดโอนไม่ได้ 3 เรื่องนี้ช่วยให้เน็ตในร้านนิ่งขึ้นโดยไม่ต้องจ่ายค่าแพ็กแพงขึ้น

  1. วางเราเตอร์กลางร้านในที่โล่งและสูง ไม่ซ่อนไว้ในตู้หรือหลังชั้นสินค้า สัญญาณจะไปถึงกล้อง เคาน์เตอร์ และโซนลูกค้าได้ทั่วกว่า ดูหลักการเลือกตำแหน่งที่ วาง Router ตรงไหนให้ Wi-Fi กระจายได้ทั่ว
  2. เครื่อง POS หรือคอมพิวเตอร์ที่เคาน์เตอร์ ต่อสาย LAN ตามอัตราค่าบริการงานเพิ่มเติมของ AIS การเดินสาย LAN CAT5E ในวันติดตั้งอินเทอร์เน็ตคิด 500 บาท/จุด (รวมสายไม่เกิน 15 เมตร ส่วนเกินเมตรละ 20 บาท) ถ้าขอเดินทีหลังคิด 850 บาท/จุด แจ้งไว้ล่วงหน้าให้ทำในวันติดตั้งจึงประหยัดกว่าจุดละ 350 บาท
  3. เผื่อทางสำรองสำหรับรับเงิน เปิดเน็ตมือถือไว้ในเครื่องที่ใช้เช็กยอดโอน ถ้าเน็ตร้านมีปัญหาระหว่างวัน ก็ยังรับเงินผ่าน QR ต่อได้

งบรายเดือน ร้านแต่ละแบบควรจัดชุดไหน

วิธีคิดคือ ราคาแพ็กเน็ต + 99 บาท × จำนวนกล้อง ราคาในตารางเป็นราคาที่ประกาศ ซึ่ง AIS ระบุในเงื่อนไขว่ายังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ส่วนค่าเฉลี่ยต่อวันคิดจากเดือนละ 30 วัน

ประเภทร้านชุดเน็ตที่แนะนำกล้องรวม/เดือนเฉลี่ย/วัน
ร้านเล็ก เช่น ร้านขายของชำ ร้านเสริมสวยBroadband 24 Pack 5 500/500 Mbps · 500 บาท2 ตัว · 198 บาท698 บาทราว 23 บาท
คาเฟ่ หรือร้านที่มีโซนที่นั่งBroadband 24 Pack 3 1000/500 Mbps · 600 บาท + MESH WiFi 69 บาท2 ตัว · 198 บาท867 บาทราว 29 บาท
มินิมาร์ท หรือร้านที่มีห้องสต็อกBroadband 24 Pack 3 1000/500 Mbps · 600 บาท3 ตัว · 297 บาท897 บาทราว 30 บาท
ร้านออนไลน์ ที่มีสต็อกสินค้าSuper Fast Plus 7 Pack 3 1000/1000 Mbps · 799 บาท2 ตัว · 198 บาท997 บาทราว 33 บาท
ราคาก่อน VAT ตามประกาศของ AIS ทุกชุดเพิ่มกล้องได้ทีละ 99 บาท/เดือน จนครบจำนวนสูงสุดต่อหมายเลขอินเทอร์เน็ต

ค่าใช้จ่ายก้อนแรกของการติดเน็ตใหม่: ทุกชุดได้สิทธิ์ฟรีค่าติดตั้งและเดินสายภายนอก (มูลค่า 4,800 บาท) ค่าแรกเข้า 800 บาท เก็บเมื่อที่อยู่ติดตั้งไม่ตรงกับบัตรประชาชน (ร้านที่ไม่ได้อยู่ตามที่อยู่ในบัตรของผู้สมัครจะเข้ากรณีนี้) ได้คืนเป็นส่วนลด 100 บาท × 8 รอบบิล ส่วนร้านที่ต้องเดินสายเกิน 1,000 เมตร แพ็กที่ต่ำกว่า 698 บาท (Pack 5 และ Pack 3 ในตาราง) มีค่าเดินสายเมตรละ 15 บาท คิดเฉพาะเมตรที่เกิน 1,000 เมตร

ร้านเล็ก 698 บาท/เดือน: เน็ต 500/500 Mbps + กล้อง 2 ตัว

ร้านที่ใช้เน็ตไม่หนัก เริ่มที่ Broadband 24 Pack 5 (500/500 Mbps สัญญา 24 เดือน) กับกล้อง 2 ตัว แพ็กนี้แพงกว่า Broadband 24 Pack 6 (300/300 Mbps 499 บาท สัญญา 12 เดือน) แค่ 1 บาท แต่เร็วกว่า และสัญญายาวเท่ากับสัญญากล้อง จึงจัดการง่ายกว่า ตลอด 24 เดือนจ่ายรวม 16,752 บาท (ก่อน VAT) และเมื่อครบสัญญา กล้องทั้ง 2 ตัวก็เป็นของผู้ใช้บริการ

ตัวอย่างงบกล้องวงจรปิดร้านค้า เน็ต 500/500 Mbps 500 บาท กับกล้อง 2 ตัว 198 บาท รวม 698 บาทต่อเดือน ราคาก่อน VAT

คาเฟ่ 867 บาท/เดือน: เน็ต 1000/500 Mbps + Mesh + กล้อง 2 ตัว

คาเฟ่มีลูกค้านั่งใช้ Wi-Fi นาน ถ้าโซนที่นั่งกว้างหรือมีหลายชั้น ควรลงทุนกับ Wi-Fi ให้ทั่วร้าน Broadband 24 Pack 3 (1000/500 Mbps สัญญา 24 เดือน) 600 บาท บวก MESH WiFi 69 บาท รวม 669 บาท ถูกกว่า SuperMESH WiFi Pack 3 ที่ได้ความเร็วเท่ากันพร้อม Mesh ในแพ็กเดียว (699 บาท) อยู่เดือนละ 30 บาท กล้อง 2 ตัวไว้ที่เคาน์เตอร์รับเงินและทางเข้า ถ้าอยากเห็นโซนที่นั่งด้วย เพิ่มตัวที่ 3 เป็น 966 บาท

มินิมาร์ท 897 บาท/เดือน: กล้องครบ 3 จุดตั้งแต่แรก

มินิมาร์ทมีทั้งเงินสด ชั้นสินค้าหลายแถว และห้องสต็อก จึงควรมีกล้องครบ 3 จุดตั้งแต่วันแรก ส่วนเน็ตเลือก Broadband 24 Pack 3 เพราะร้านแบบนี้มักมีเครื่อง POS มือถือพนักงาน และแท็บเล็ตรับออเดอร์ใช้เน็ตพร้อมกัน ขาดาวน์โหลด 1000 Mbps จึงเผื่อไว้มากกว่า Pack 5 โดยจ่ายเพิ่มเดือนละ 100 บาท รวมกับกล้อง 3 ตัวเป็น 897 บาท ถ้าห้องสต็อกอยู่ไกลจนสัญญาณไปไม่ถึง เพิ่ม MESH WiFi เป็น 966 บาท ถ้าชั้นวางหลายแถวบังสายตา จะเพิ่มกล้องตัวที่ 4–5 ไว้ดูทางเดินระหว่างชั้นก็ได้

ร้านออนไลน์ที่มีสต็อก 997 บาท/เดือน: เน้นอัปโหลด

ร้านที่ไลฟ์ขายของหรืออัปโหลดคลิปสินค้าทุกวัน ใช้ขาอัปโหลดมากกว่าร้านทั่วไป Super Fast Plus 7 Pack 3 ให้ 1000/1000 Mbps เท่ากันทั้งสองทาง พร้อมเราเตอร์ WiFi 7 จำนวน 2 เครื่อง (สัญญา 24 เดือน) ราคา 799 บาท วางกล้องตัวหนึ่งที่ชั้นสต็อก อีกตัวเหนือโต๊ะแพ็กของ ไว้ย้อนดูว่าแพ็กกล่องไหนเมื่อไหร่ ส่วนความเร็วสำหรับการไลฟ์ อ่าน ไลฟ์ขายของบน TikTok Shop และ Shopee Live ใช้ความเร็วเท่าไหร่

ก่อนสมัคร ร้านค้าควรเช็กเงื่อนไข 4 ข้อนี้

  1. แพ็กเกจเน็ตบ้านระบุว่าใช้สำหรับที่พักอาศัย เงื่อนไขในหน้าแพ็กเกจ BROADBAND24 ของ AIS เขียนว่าเป็นบริการ “สำหรับที่พักอาศัย (Fibre to the Home (FTTH)) และ Fibre to the Room (FTTR) เท่านั้น” ถ้าร้านอยู่ในบ้านหรือตึกแถวที่ใช้อยู่อาศัยด้วย ให้แจ้งลักษณะสถานที่ตั้งแต่ตอนเช็กพื้นที่ ส่วนร้านที่แยกจากที่พักอาศัย ควรถามให้ชัดก่อนสมัคร อ่านเพิ่มที่ ร้านค้า อาคารพาณิชย์ หรือ SME สมัครแพ็กเกจบ้านได้ไหม
  2. ข้อตกลง Cloud IP Camera ห้ามใช้เชิงพาณิชย์โดยไม่ได้รับอนุญาต ข้อความในหน้าของ AIS คือ “ห้ามนำไปใช้ผิดประเภท ผิดวัตถุประสงค์ หรือเพื่อประโยชน์เชิงพาณิชย์โดยไม่ได้รับอนุญาต” ข้อนี้ไม่ได้ขยายความถึงการติดกล้องดูแลร้านของตัวเอง จึงควรแจ้งตอนสมัครว่าจะติดที่ร้าน และขอคำยืนยันก่อนรับกล้อง
  3. ถ้าต้องติดกล้องนอกอาคาร ต้องดูอีกบริการ ฝั่งลูกค้าธุรกิจ AIS มีบริการ SME Cloud Camera ซึ่งมีรุ่นกล้องมาตรฐาน IP65 สำหรับติดภายนอกอาคาร ราคาและช่วงเปิดรับสมัครเป็นไปตามประกาศในหน้านั้น
  4. รับกล้องแล้วคืนไม่ได้ และเลิกก่อนครบสัญญามีค่ากล้อง AIS ระบุว่าเมื่อตกลงรับกล้องแล้วไม่สามารถคืนอุปกรณ์ได้ และถ้าบริการสิ้นสุดก่อนครบสัญญา ต้องชำระค่ากล้องตามมูลค่าส่วนลดในตารางสเปก จึงควรนับจำนวนกล้องให้พอดีกับร้านตั้งแต่แรก

คำถามที่พบบ่อย

ใครเป็นคนติดตั้งกล้อง Cloud IP Camera

ผู้ใช้ติดตั้งกล้องและดาวน์โหลดแอป AIS Smart CAM เอง ตามคำถามที่พบบ่อยในหน้าของ AIS ส่วนการรับกล้อง ผู้ใช้บริการ AIS Fibre3 เลือกได้ 2 ทาง คือจัดส่งทาง Kerry Express โดยไม่มีค่าบริการ หรือให้ช่างนำไปส่ง ซึ่งมีค่าบริการชำระกับช่างในวันที่ได้รับอุปกรณ์

ร้านกับบ้านใช้เน็ตคนละหมายเลข ย้ายกล้องไปใช้อีกที่ได้ไหม

ไม่ได้ AIS ระบุว่ากล้องใช้ร่วมกับหมายเลขอินเทอร์เน็ตที่สมัครบริการเสริมไว้เท่านั้น ใช้กับหมายเลขอื่นไม่ได้แม้เป็นชื่อผู้จดทะเบียนเดียวกัน ถ้าอยากดูทั้งร้านและบ้าน ต้องสมัครกล้องแยกกับเน็ตของแต่ละที่ ส่วนกรณีย้ายร้านทั้งร้าน การย้ายสถานที่ติดตั้งเน็ตไม่ทำให้บริการกล้องสิ้นสุดลง แต่ถ้าใช้แพ็ก Broadband 24 เงื่อนไขของ AIS ระบุว่าย้ายจุดติดตั้งไม่ได้ภายใน 6 เดือนนับแต่วันติดตั้ง

ครบ 24 เดือนแล้ว กล้องและ Cloud เป็นอย่างไรต่อ

ระหว่างสัญญา กล้องใช้ได้เฉพาะกับเครือข่าย AIS 3BB FIBRE3 แต่หลังครบสัญญาจะใช้กับเน็ตค่ายอื่นได้ ส่วนบริการ Cloud จะต่ออายุอัตโนมัติตามอัตราและเงื่อนไขในขณะนั้น โดย AIS ส่ง SMS แจ้งล่วงหน้า ถ้าไม่ต้องการใช้ต่อต้องแจ้งยกเลิกก่อนครบกำหนด และถ้าไม่มี Cloud แล้ว แอปจะดูได้เฉพาะภาพสด

สมัครในนามร้านหรือบริษัทได้ไหม

ได้ เงื่อนไขแพ็กเกจของ AIS เปิดให้ทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลสมัครได้ (ส่วนลักษณะสถานที่ติดตั้ง ดูข้อ 1 ในหัวข้อเงื่อนไขก่อนสมัคร) เอกสารหลักของนิติบุคคลคือหนังสือรับรองนิติบุคคลอายุไม่เกิน 3 เดือนพร้อมเลข ภ.พ.20 สำเนาบัตรประชาชนกรรมการ และตราประทับ (ถ้ามี) รายการเอกสารทุกกรณีดูได้ที่ สมัคร AIS Fibre3 ต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง

สรุป

  • ดูร้านผ่านมือถือต้องมี 3 อย่าง เน็ตไฟเบอร์ กล้อง IP ที่ส่งภาพขึ้น Cloud และแอปบนมือถือ
  • เริ่มติดกล้อง 3 จุด จุดเก็บเงิน ทางเข้าร้าน และห้องสต็อก แล้วค่อยเพิ่มตามลักษณะร้าน
  • Cloud ช่วยให้หลักฐานไม่หายไปพร้อมเครื่องบันทึก แต่คลิปสำคัญต้องรีบเก็บเองก่อนพ้นช่วงย้อนหลัง
  • งบต่อเดือนก่อน VAT ร้านเล็ก 698 บาท · คาเฟ่ 867 บาท · มินิมาร์ท 897 บาท · ร้านออนไลน์ที่มีสต็อก 997 บาท
  • ก่อนสมัคร แจ้งให้ชัดว่าจะใช้ที่ร้าน เพื่อยืนยันเงื่อนไขทั้งแพ็กเน็ตและกล้อง และติดป้ายกล้องวงจรปิดไว้ที่ทางเข้า

ถ้าอยากได้ชุดกล้องวงจรปิดร้านค้ากับเน็ตที่พอดีกับร้าน ส่งตำแหน่งร้านเพื่อเช็กพื้นที่ แล้วบอกประเภทร้านกับมุมที่อยากเห็นผ่านมือถือ จะได้จำนวนกล้องและแพ็กเน็ตที่ไม่จ่ายเกินความจำเป็น

แพ็กเกจและบทความที่เกี่ยวข้อง